บทความด้านงานรับแปลเอกสาร

บริการรับแปลเอกสารในภาษาหลักอื่นๆ ยังเป็นการ แปลภาษา หรือ แปลเอกสาร ตามความต้องการของลูกค้า 

ก่อนจะเป็นผู้รับแปลเอกสาร ก็จะต้องมีการเตรียมการโดยผมสรุปคร่าวๆ มาดังต่อไปนี้ครับ ในการเริ่มต้นเป็นนักแปลนั้น นักแปลควรมีการเตรียมการและคุณสมบัติในด้านต่างๆ ดังนี้

ความรู้

นักแปลภาษาต้องมีความรู้ทางด้านภาษาอยู่ในเกณฑ์ดี ทั้งภาษาที่หนึ่งและภาษาที่สอง อาทิเช่น ภาษาไทยแปลเป็นภาษาอังกฤษ และกลับกันก็แปลอังกฤษแปลกลับเป็นภาษาไทย โดยนักแปลสมัครเล่นอาจจะมีความรู้ความเข้าใจในการแปลภาษาอังกฤษเป็นไทยได้ดีพอสมควร แต่ในทางตรงกันข้ามนะครับ อาจจะไม่ใช่ง่ายอย่างที่คิด เพราะเมื่อแปลจากไทยเป็นภาษาอังกฤษ นั่นย่อยมหมายความว่าผู้แปลจะต้องมีความรู้ในระดับสูงพอสมควรที่จะเข้าใจถึงหลักษาที่สองที่ไม่ใช่ภาษาหลักของตนเองนะครับ การมีความรู้ภาษาต้นทางดีจะทำให้สามารถตีความต้นฉบับได้ง่าย และการมีความรู้ในภาษาปลายทางดีจะทำให้เราถ่ายทอดสิ่งที่ต้องการสื่อได้อย่างเหมาะสม โดยทีี่จะสามารถถ่ายทอดข้อความและความเข้าใจต่างๆตามตัวต้นฉบับเอกสารไปยังอีกภาษาหนึ่งได้อย่างถูกต้องและไม่ผิดเพี้ยนในภาษาที่สองได้ครับ โดยจำเป็นต้องมีคุณสมบัติของผู้ที่รักการอ่านหนังสือ และมีความรู้กว้างขวางในหลายๆด้าน เพราะว่างานที่จะต้องรับแปลเอกสารในอนาคตยากที่จะคาดเดาหรือเข้าถึงได้ง่ายๆนะครับ ดังนั้นจึงต้องอ่านๆหนังสือให้มากเข้าไว้ในหลายๆด้าน อ่านครองโลกเลยก็ว่าได้ และแน่นอนว่าจะต้องมีความชำนาญทั้งภาษาที่หนึ่งและสองควบคู่กันไปนะครับ อาทิเช่น ภาษาอังกฤษ อาจจะดี แต่ภาษาไทยดันอ่อน ก็อาจจะกลายเป็นจุดอ่อนที่ไม่ควรจะมี และกลายเป็นข้อด้อยที่จะถ่ายทอดงานออกมาโดยไม่ผิดเพี้ยนไปจากต้นฉบับได้ครับ 

ความขยันและอดทนเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ดูเหมือนจะเป็นหนทางที่ยาวนานและยากลำบากแต่ก็อย่าท้อถอยครับ สำหรับบุคคลที่จะมาประกอบอาชีพนักแปลภาษาในอนาคตนะครับ 


ฝึกฝนและฝึกฝนให้ช่ำช่อง ลับดาบให้คมเข้าไว้ 

เมื่อนักแปลเอกสารภาษามีทั้งความรู้ในด้านภาษาและความรู้ทั่วไปเนื่องจากจะจบมาจากสถาบันใดๆก็แล้วแต่ตามที่เลือกเรียนกันมาด้วยหลายๆสาเหตุ แต่เมื่อคิดจะก้าวเข้าสู่การเป็นนักแปลภาษามืออาชีพแล้วก็จะเป็นต้องมีการฝึกฝนในหลายๆด้าน โดยอาจจะมีการตั้งเป้าล่วงหน้าว่าเราจะเน้นการแปลเอกสารด้านไหนเป็นสำคัญ โดยตัวผมเอง จบด้านบริหารธุรกิจ จึงมีความรู้ความเข้าในด้านการเงิน บัญชี การตลาด การจัดการ และเข้าในศัพท์ทางเทคนิคของสาขาอาชีพเหล่านี้มากพอสมควร จึงอาจจะเป็นข้อได้เปรียบ แต่ในขณะเดียวกํนก็ถือเป็นข้อเสียเปรียบ ถ้าหากจะต้องทำการแปลเอกสารในส่วนของเนื้อความตามสาขาอาชีพอื่นๆ อันอาจจะไม่ค่อยมีความคุ้นเคย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องลับดาบทางความรู้ของตัวเองให้คมเข้าไว้ในรูปแบบอื่นๆ นะครับ ขอให้เข้าใจว่าการฝึกแปลไม่ใช่การฝึกอ่านแล้วคิดหาคำแปลในใจ แต่ในการฝึกแปลนั้น คุณต้องลงมือแปลจริงๆ พิมพ์ใส่คอมพิวเตอร์จริงๆ หรือเขียนลงกระดาษจริงๆ เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และอาจจะทดสอบได้โดยการอ่านทบทวนในสิ่งที่ตัวเองทำขึ้นมา และทำความเข้าใจว่าสิ่งที่ตัวเองฝึกฝนนับจากการแปลบทความเรื่องๆหนึ่ง อาทิเช่น บทความด้านการเพาะปลูกแนวปลอดสารเคมี เป็นแบบชีวจิต โดยอาจจะต้องอิงความรู้ด้านพันธุกรรมศาสตร์ (Genome) และด้านอื่นๆที่เป็นส่วนประกอบ จึงจำเป็นต้องมีการฝึกฝนหาความรู้ทางด้านศัพท์เทคนิคเฉพาะตัว จำเอาไว้ให้ขึ้นใจครับ มันสมองมีพื้นที่เหลืออยู่เท่าไหร่ จำเข้าไปให้มากที่สุดครับ จะได้ประหยัดเวลาในการเปิดดิกชั่นนารี ครับ น่าเบื่อใช่มั้ยที่ต้องคอยเปิด จำให้ขึ้นใจเลยครับ ตัวสะกดต้องแม่นนะครับ ห้ามมั่ว จำเข้าไปเพื่อประหยัดเวลาเรานะครับ งานจะได้เสร็จเร็วขึ้นปั่นต้นฉบับตามเวลาได้ โดยที่ลูกค้าไม่ต้องมานั่งคอยทวงต้นฉบับ  หุหุ และอย่าลืมให้คนที่มีความเชี่ยวชาญด้านภาษาเข้าตรวจผลงานและคอยแก้ไขปรับปรุงไปเรื่อย อย่าคิดเข้าข้างตัวเองเด็ดขาด ต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง 

การฝึกหัดแปลเปรียบเสมือนการหล่อหลอมทุกสิ่งที่คุณได้เรียนรู้เข้าด้วยกันเพื่อปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ก่อนที่จะเริ่มงานรับแปลเอกสารจริงๆ

การฝึกหัดแปลจะทำให้คุณรู้จักป้องกันและแก้ปัญหาต่อกรณีต้นฉบับหาย คอมพิวเตอร์เสีย ไฟดับ แปลไม่ออก ถ่ายทอดไม่ได้ แปลช้า หาดิกชันนารีไม่พบ นั่งได้ไม่นาน ปวดหลัง ปวดตา สมาธิสั้น และอื่นๆ จิปาถะ


บล็อกนี้เขึยนขึ้นเพื่อให้ข้อมูลด้านการประกอบอาชีพระหว่างผู้รับแปลเอกสารหรือนักแปลเอกสารและการเป็นนักเขียนที่ดูเหมือนว่าจะไปด้วยกันได้อย่างแนบแน่นด้วยเมื่อเร็วๆนี้ผมได้มีโอกาสหยิบหนังสือแปลภาษาวรรณกรรมเก่าๆมาปัดฝุ่น อ่านใหม่เช่นเรื่องเอรากอน และแฮรี่พอตเตอร์พบว่าคนแปลเอกสารที่ถอดต้นฉบับจากภาษาอังกฤษเป็นไทยช่างแปลได้จับใจจริงๆอ่านแล้วมองเห็นภาพได้ตามตัวต้นฉบับ นำเราไปสู่จินตนาการอันลึกล้ำราวกับมองเห็นภาพได้ว่าตัวละครกำลังประสบกับเหตุการณ์อะไร มีรูปร่างลักษณะอย่างไรอาวุธที่ถือหน้าตาเป็นเช่นไร เสื้อผ้าหรือสิ่งเล็กๆน้อยรอบตัวเป็นอย่างไรนั่นนับได้ว่าเป็นหน้าและเป็นตารวมทั้งมันสมองอันปราดเปรื่องของผู้แปลอย่างแท้จริง อ่านต่อข้างล่างครับ ....

ก็คงยอมรับกว่าจะประสบผลสำเร็จได้ดังใจที่จะเป็นนักแปลระดับนั้นได้นอกจากการมีพรสวรรค์เป็นต้นทุนสิ่งสำคัญที่จะขาดไปไม่ได้เลยก็คือความอดทนฝึกฝนฝนอย่างไม่เคยย่อท้อก็ควรจะฝึกฝนเพิ่มเติมบางอย่างเพื่อสร้างหนทางลัดให้เร็วขึ้นและถูกต้องครับโดยเป็นเคล็ดลับจากนักเขียนชื่อดังหลายๆท่านสรุปรวมคร่าวได้ประมาณนี้ครับ

รักการอ่านหยิบหนังสือในมือท่านขึ้นอ่านเถอะครับดีกว่าเอาไว้ติดศรีษะหรือกระโหลกด้านหลังเอาไว้หนุนนอน หุหุ  อาทิเช่น วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง นักเขียนสารคดีอิสระ เจ้าของรางวัลชนะเลิศเซเว่นบุ๊ค อะวอร์ด ปี 2550 ประเภทสารคดี ผลงาน“ให้ความรักนำทาง”เป็นผู้หนึ่งที่กล้ายืนยันว่าไม่มีนักเขียนคนไหนประสบความสำเร็จโดยไม่ผ่านการอ่านมาก่อน รวมถึงตัวเขาที่อ่านทั้งนวนิยาย เรื่องสั้น บทกวี และอื่นๆ

หาแนวทางการเขียนก็คงไม่แตกต่างจากหาแนวทางการรับแปลเอกสารอันเป็นเอกลักษณ์ของตนเองโดยแปลภาษาให้มีสีสันเพื่อจับใจคนอ่านได้โดยความหมายไม่ผิดเพี้ยนได้

การจะเป็นนักเขียนนั้นสิ่งสำคัญจะต้องหาแนวของตัวเองให้เจอ เพราะไม่อย่างนั้นจะหาดีสักอย่างไม่ได้ซึ่งการที่จะเป็นนักเขียนนั้นต้องดูว่าตนเองชอบแบบไหน ถนัดแนวไหนเมื่อรู้ว่าชอบหรือถนัดแนวไหน จงหมั่นฝึกหัดในแนวนั้นๆ หรือหากไม่ชอบไม่ถนัดก็สามารถที่จะเปลี่ยนไปลองเขียนแนวอื่นบ้าง จนกว่าจะหาแนวที่ตนถนัดและชอบ นักเขียนที่เป็นดาวรุ่งก็ต้องพยายามอย่างยิ่งยวดกว่าจะค้นพบแนวทางของตนเองไม่ว่าจะเป็นลายเส้นอันเป็นอัตลักษณ์ของตนเองที่จับใจผู้อ่านเฉกเช่นเดียวกันงานแปลเอกสารบางประเภทที่จำเป็นต้องอาศัยอารมณ์ความรู้สึกส่วนตัวของผู้แปลให้มีสีสรรมากกว่าปกติ อาทิเช่น แปลบทพากย์หนังแปลบทความเชิงการเมืองวิจารณ์อย่างเผ็ดร้อน แปลแผ่นพับโฆษณาดึงดูดผู้บริโภคก็ต้องมีสีสรรมากกว่าปกติด้วยนะครับ

สุดท้ายนี้ก็ลองหัดขีดๆเขียนๆพร้อมกับรักการอ่านๆไปด้วยเพราะว่าเป็นที่รู้กันดีว่ามีความจริงอย่างหนึ่งที่น่าตกใจมากว่าสถิติคนไทยรักการอ่านเพียงแค่ปี ละ 8 บรรทัดเมื่อหารเฉลี่ยโด่ยรวมต่อคนต่อปีหุหุ เหนือคำบรรยาย เศร้าจนพูดไม่ออกเลยครับ